Therapy รวมเรื่องการบำบัด

น้ำ พลังชีวิต และการบำบัด

 

เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ดร.มาซารุ อิโมโต้ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ประธานสถาบัน ​LHM General ได้เริ่มต้นวิจัยและทดลองเรื่อง “น้ำ”​ อย่างลึกซึ้ง และในมิติที่ไม่มีใครคิดถึงมาก่อน ดร.มาซารุ ได้ค้นพบความลับของน้ำว่า โมเลกุลของน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสิ่งแวดล้อมที่อยู่ และสิ่งเร้าที่มากระทบ

น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดบนโลกนี้ ในร่างกายมนุษย์มีน้ำเกือบ 70% และเป็นสสารเดียวในโลกที่อยู่ได้ทั้ง สามสถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ แต่กลับเป็นว่าเรารู้เรื่องเกี่ยวกับน้ำน้อยมาก หรือ แทบจะเรียกว่าไม่รู้เลยก็ได้ ผลงานสำคัญของดร.มาซารุ คือ Message of Water

ในงานวิจัย ดร.มาซารุ ได้ใช้ห้องทดลองพิเศษ ที่มีเครื่องทำความเย็นเยือกแข็ง และ กล้องจุลทรรศน์ชนิดพิเศษที่บันทึกภาพได้ละเอียดในระดับอะตอม การวิจัยนี้ไม่ได้ใช้แค่พื้นฐานความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์กายภาพ แต่ใช้ฐานความคิดเชิงวัฒนธรรมด้วย เริ่มจากที่ดร.มาซารุ สงสัย ว่าทำไมน้ำมนต์ที่ได้จากน้ำแร่ จึงสามารถใช้รักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย ที่สามารถอ้างอิงได้นับเป็นหมื่นๆ ราย ความสนใจจึงมุ่งไปที่การเปลี่ยนแปลงในระดับอะตอมของน้ำจากการได้รับแรงสั่นสะเทือน หรือสิ่งที่มากระทบ อะไรที่ทำให้น้ำมีคุณสมบัติที่เปลี่ยนไป

Message of Water ได้บันทึกภาพโมเลกุลของน้ำที่ได้จากน้ำแร่จากแหล่งต่างๆ ให้เห็นเป็นรูปทรงเรขาคณิต เป็นผลึกคริสตัลที่สวยงามมาก รูปผลึกหกแฉกเหมือนรูปวาดกราฟฟิก ที่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์ เป็นงานประดิษฐ์ที่พิถีพิถันเกินที่มนุษย์จะรังสรรค์ขึ้น หากน้ำมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่บริสุทธิมากเท่าใด รูปทรงเรขาคณิตจะยิ่งสมบูรณ์ และซับซ้อน สวยงามมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ในทางกลับกัน ภาพโมเลกุลของน้ำเสียแสดงให้เห็นเป็นภาพเปื่อยยุ่ย สภาพไม่เป็นรูปทรง และบิดเบี้ยวเหมือนรูปทรงที่ถูกทำลายอย่างแหลกเหลวโดยสิ้นเชิง

สิ่งมหัศจรรย์ที่ค้นพบในงานวิจัยนี้ก็คือ ภาพถ่ายโมเลกุลของน้ำเสียที่นำไปบำบัด และใช้คลื่นเสียงดนตรีอันไพเราะ เช่น ผลงานของเพลงของบีโธเฟน ปล่อยผ่านน้ำ ปรากฎว่า โมเลกุลของน้ำเริ่มปรับเปลี่ยนเป็นรูปทรงเรขาคณิตมากขึ้นตามลำดับ และน้ำที่ได้รับการบำบัดด้วยเสียงเพลงแบบคลาสสิค ก็มีโมเลกุลที่เป็นรูปสวยงามและมีระเบียบมากกว่า น้ำที่ผ่านเสียงเพลงร็อคเฮฟวี่ ซึ่งจะดูเป็นรูปทรงลวดลายที่แตกพล่ายุ่งเหยิง

ยิ่งไปกว่านั้นคือ ในการวิจัยมีภาพที่แสดงว่า โมเลกุลน้ำตอบสนองกับเสียงพูด เสียงตะโกน หรือ แม่แต่ตัวหนังสือ (เขียนคำว่า “ขอบคุณ” “รักเธอ” “เกลียด” “โรคร้าย”​) ที่นำมาติดไว้บนภาชนะ ทำให้ผลึกคริสตัลของโมเลกุลน้ำนั้น มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป

บทสรุปการทดลองคือ การนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดทางเคมีแล้ว มาถ่ายภาพโมเลกุล จะพบว่าผลึกคริสตัลจะยังเสียหายและไม่เป็นรูปสมบูรณแต่อย่างใด แต่เมื่อนำน้ำนั้น มาผ่านเสียงสวดมนต์ ปรากฏว่า รูปทรงเรขาคณิตของผลึกคริสตัลกลับคืนสภาพสมบูรณ์และสวยงาม เหมือนที่พบในน้ำแร่ที่มาจากแหล่งธรรมชาติอันบริสุทธิ์ จึงเป็นที่มาว่า สิ่งที่ส่งผลกับคุณสมบัติของ “น้ำ” จะไม่ใช่เพียงเคมีที่อยู่ในองค์ประกอบ แต่ความสำคัญอยู่ที่การจัดการโครงสร้างของน้ำต่างหาก

จากการวิจัยนี้นำไปซึ่งการศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับ “น้ำ” อย่างกว้างขวางและเชื่อมโยงไปในเรื่องต่างๆ ทั้งในเรื่องดนตรีบำบัด ไปจนถึงการนั่งสมาธิ และ กฎแห่งแรงดึงดูด

มหัศจรรย์แห่งน้ำ

น้ำและชีวิต นั้นมีมากกว่าเรื่อง ความสะอาด หรือ สิ่งปนเปื้อนทางกายภาพ น้ำสามารถเก็บ

บันทึกข้อมูลที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและชีวิต

Samuel Hahnemann (1755-1843)

Samuel Hahnemann เป็นบิดาของวารีบำบัด Homeopathy ซึ่งมีหลักการ “Law of Similiars”

การแพทย์ Homeopathy เริ่มจากการค้นพบว่าน้ำเป็นตัวเก็บข้อมูล และถ่ายทอดข้อมูล

น้ำมีความทรงจำ

Wolfgang Ludwig,
Physicist and advisor to World Research Foundation

น้ำสามารถเก็บและถ่ายทอดข้อมูลได้

น้ำมีโครงสร้างที่สามารถใช้เก็บข้อมูล ซึ่งถูกใส่เข้ามาที่ความถี่หนึ่ง

น้ำที่เคยปนเปื้อนด้วยสารเคมี หลังจากกำจัดสารเคมีในน้ำนั้นออกไปจนหมดแล้ วก็ตาม น้ำนั้นยังคงมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถบ่งบอกถึงสารเคมีที่เคยปนเปื้อนนั้นได้ดังน้ันน้ำที่บำบัดทางเคมีแล้วก็ยังเก็บข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพไว้

จากค้นคว้าเรื่องนำ้มีความทรงจำนั้น มีเรื่องเล่าว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการประชุมลับของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทางด้านอาวุธทำลายล้างระดับโลก แต่การประชุมนั้นต้องยุติลงอย่างกระทันหัน เพราะเนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมนั้น มีอาการอาหารเป็นพิษและต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยทันที หลังจากการสืบสวน พบเพียงว่า ผู้เข้าประชุมทุกคนดื่มน้ำเปล่าในแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะแต่อย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีใครทานอะไรอย่างอื่นเลย

หลังจากนำน้ำให้ห้องประชุมนั้นไปตรวจสอบ กลับพบว่า ไม่มีเคมี หรือสารปนเปื้อนใดใดในน้ำเปล่านั้นเลย จึงมีการวิจัยลึกซึ้งไปถึงระดับโครงสร้างโมเลกุลของน้ำนั้น พบว่าการรวมตัวของโมเลกุลของน้ำ มีการจัดเรียงโมเลกุลที่เปลี่ยนแปลงไป และพบว่า โมเลกุลของน้ำนั้น คล้ายกับ ตัวหนังสือ หากจัดเรียงกัน ก็จะกลายเป็นคำ จากคำกลายเป็นประโยค ดังนั้น หมายถึงว่า น้ำสามารถรับรู้สภาพสิ่งแวดล้อมได้ และสามารถปรับโครงสร้างโมเลกุล ไปตามสภาพนั้นได้เพื่อเป็นการถ่ายทอดส่งต่อได้

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความสามารถนี้ของน้ำอีกมากมาย เรื่องที่เคยบันทึกจากการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากเหตุเรืออัปปาง ว่าลูกเรือคนหนึ่งเล่าว่า จากการที่ต้องรอคอยการช่วยเหลือในเรือกู้ชีพอยู่หลายวันนั้น เขาได้แต่อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอประทานน้ำจืดเพื่อต่อชีวิตด้วยเถิด และแล้วเมื่อเขาเอามือวักน้ำทะเลขึ้นมา และเขาดื่มน้ำนั้น ปรากฏว่าน้ำนั้นเป็นน้ำจืดที่ต่อประทังชีวิตเขาได้ ยังมีเรื่องราวปาฏิหาริย์แห่งน้ำที่บันทึกไว้อีกมากมาย ทั้งในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่พระเยซูได้เปลี่ยนน้ำเป็นไวน์หรือในเรื่องเล่าของตำนานหลวงพ่อทวด “เหยียบน้ำทะเลจืด”

ยังมีการทดลองเกี่ยวกับน้ำสามารถรับรู้ข้อมูลและเก็บข้อมูลได้นั้น โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้คนมาพูดคำไพเราะ คำที่ให้แรงบันดาลใจ คำบอกรัก คำขอบคุณ ผ่านน้ำในห้องทดลองชุดหนึ่ง และอีกชุดหนึ่ง ให้คนมาตะโกนคำหยาบ คำด่า และคำพูดเสียดสี และนำไปตรวจสอบน้ำที่ผ่านเสียงทั้งสองชุดไปตรวจสอบโครงสร้างโมเลกุล ก็พบว่าน้ำที่ได้จากการทดลองทั้งสองแบบ มีรูปแบบโครงสร้างทางโมเลกุลที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง การทดลองยังนำน้ำที่ได้จากการทดลองทั้งสองมาใช้รดต้นไม้ในห้องทดลอง ผลปรากฏว่า ต้นไม้ที่ได้รดน้ำจากน้ำที่ผ่านเสียงที่ดี เจริญเติบโตงอกงามมากกว่าต้นไม้ที่ใช้น้ำจากเสียงไม่ดี อย่างมีนัยสำคัญ